Sasirintr's profile...Rynny-gift...(saseryn...PhotosBlogListsMore Tools Help

Sasirintr thaentong

Occupation
Location
Interests
B.A.ARTS CHULA
HIGH SCHOOL>bodindecha<sing singhasenee>

...Rynny-gift...(saseryndra)

Treatment...Sereness...Release.....is the aim of life
October 18

lovely person....

Maybe...
I'm a person that you don't like..
I'm a person who stubborn in your eyes...
I'm a person who difficult to get through or understand...
I'm a person who thinking all the time...
I'm a person who hard to know...
I'm a person who always quite...
I'm a person who looks bad in your eyes...
But.................................!!!!!
I'm just a little girl....
I have many friends.....
I love everyone.....
I 'm a easy person who like to live in the simply way....
I love to walk in streets Coz I love to see other people life.....
I love to learn about human behavior...
I love to interpersonal people....
I easy to know if you open your mind....
I'm a good relationship with true heart.....
I never act opposite in face or behind......
I love to live in good ways with good heart...
I never look down anyone....
I wanna work for my university.....
I still want to work with for my university......
Sometimes, I get angry but after that I forgot it......
I never think too much....I just think to find the other aspect in that case....
I'm a simply person
who love to live in simply way....
I love and have a good mind to everyone whom love me...
I easy to understand.....
I just want everyone love together....
I just need to work with happy feelings......
I love work...
I love friends....
I love a good person.....
I love everyone who thinking of me....
My life is full..I never expect or want anything....
Materials.....I never want....
The only thing I really want are HoNeSt and SiNcErE with true heart!!!!!!!
That's all......I want
if anyone give it to me, you will know how much I'm really lovely person ^^
JUBJUB...!!! *-* 
 
August 01

นานแล้วน่ะ

นานแล้วน่ะ ที่เราไม่ได้เข้ามาแวะเวียนในสเปซ หลังจากไปลั่นล้าอยุ๋ในไฮไฟว์จนลืมเพื่อนเก่าอย่างเจ้าสเปซไป...
นานแล้วน่ะ ที่ไม่ได้เขียนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น คงเป็นเพราะชีวิตที่มันยุ่งเกินไป ยุ่งจนลืม...ลืมว่าความสุขของชีวิตคืออะไร ลืม...ลืมว่าใครบ้างที่สำคัญในชีวิตเรา
ทำงานจนเหนื่อย หามรุ่งหามค่ำ มีที่ไหน ทำงาน 24 ชม. ติดๆกัน ไม่ได้โม้น่ะ....แต่มันเกิดขึ้นจิงๆน่ะ คิดแล้วยังตกใจเลยว่า "นี่มันชีวิตกรูหรือนี่......"
งานหนัก ทำงานจนสว่าง....เงินเดือนก้อไม่ขึ้น ตำแหน่งก้อไม่ขึ้น แถมยังโดนด่าอีก เหอๆๆ ตกลงแล้วอารายยยยคือ ความสุขของเรา
ทำงานด้วยใจ อยู่ได้ด้วยใจ แต่ไหงเป็นเงี้ยะอ่า....
 
สุดท้ายแล้วจาเปนไง....
สุดท้ายแล้วจะกระเด็นไปไหนนนน.....
สุดท้ายแล้วใครจะมาสนใจ......
มันก็เปนแค่ภาพลวงตา สุดท้ายเราก็แค่คนที่ไม่มีสนใจจิงๆ ...... 
 
เหอๆๆ เหนื่อยจัง ความซวยยังไม่จบสิ้น ความทุกข์ยังอยู่ เมื่อไรจะจบสิ้น.....
เมื่อไรจะหลุดพ้นซักที เหอๆๆๆ
เหนื่อยๆๆ
เบื่อๆๆๆ
ง่อยๆๆๆ
อยากตายยยยยยยยยยยยยยยย.....
March 14

เซ็งเป็ดเซ็งเห็ด

เซ็งเป็ดเซ็งเห็ด
เบื่อ
อยากร้องไห้.........
ดีใจกะเพื่อนๆ
ที่ได้เดินตามฝันของตัวเองได้สำเร็จ
แล้วฉันล่ะ
.........
 
 
 
 
December 14

หลอดตะเกียบกับแสงตะเกียง

เคยสังเกตรึเปล่า ว่าชีวิตการทำงานของเราๆนั้นเหมือนกับ "หลอดตะเกียบ" หรือ "แสงตะเกียง นี่เอง....
เหมือนยังไงน่ะหรอออ
ลองคิดดูสิ.....
 
เวลาคนที่ทำงานประเภททุ่มเท่ทำแต่งานๆๆๆๆๆๆ เข้างานกี่โมงไม่รุ้แต่ใช้งานฉันถึงกี่โมงก้อได้ เพราะชีวิตฉันมีแต่งาน งาน งานและงาน
ทำเต็มที่ เต็มความสามารถตลอดเวลา ลาป่วย ลากิจ หรอ ฝันไปเถอะ จ้างให้ฉันก้อไม่ลา
เหนื่อยหรอ เมื่อยหรอ ล้าหรอ ไม่สน ฉันจะทนทำไป
...ก็เหมือนหลอดตะเกียบนั้นแหละ เพียงเราเปิดใช้ปั๊บมันก้อจะสว่าง สว่างคงที่อยู่อย่างนั้น คงเส้นคงวาตลอด ไม่มีหรี่ลงจะมีอีกทีก้อเหมือนมันขาดนั้นเอง
ก้อเหมือนคนที่ทำงานอย่างเดียว มุ่งมั่น ไม่ดูแล ไม่พักผ่อน งานเปนพระเจ้า สู้มันต่อไปตลอดเวลา ตึงจนเกินไป จนในที่สุด..
ถ้าไม่เบื่องาน ไม่ป่วยตาย ก้อตายคากองงานนั่นแหละ เหมือนหลอดไฟขาดนั้นเองงง
 
แต่คนอีกประเภท......
เปรียบเหมือนแสงตะเกียง
พริ้วไหวยามต้องลม ต้องการพลังเพิ่มโดยการเติมน้ำมัน แต่อยู๋ได้เนิ่นนาน
ชีวิตคนที่รู้จักหยืดหยุ่นกับชีวิตก้อเปนเช่นนั้น มีอ่อนแอบาง เข้มแข็งบ้าง เหมือนเปลวเทียนในตะเกียงที่ทั้งแผ่วเบาในบางครา และส่องสว่างมากมายในบางโอกาสเช่นกัน
การเติมน้ำมันลงตะเกียง ก้อเหมือนการเติมพลังให้กับการทำงาน เหนื่อยก้อพัก ไปเที่ยวบ้าง ทั้งธรรมชาติและแสงสีตามแต่ชอบ เส็ดแล้วก้อกลับมาทำงานใหม่
แค่นี้คุณก้อจะมีชีวิตที่มีความสุขกับการทำงาน เพราะคุนมีเบื่อบ้าง สนุกบ้าง พักบ้าง กับมันนนส์ในบ้างโอกาสสส
หยืดหยุ่นกับชีวิตงาน....แล้วคุรจะมีความสุข เหมือนแสงในตะเกียง
 
คุนเคยมองแสงตะเกียงไหมมม อ่อนนุ่ม ละมุนลึก พริ้วไหว โอนอ่อน โชติช่วง งดงาม
คนเคยมองหลอดตะเกียบไหม ไอ้แห้ง แสบตา แสบตา แสบตา แสบตา แสบตาๆๆๆๆๆ
 
แสงธรรมชาติปลอดภัยกับตาเราฉันท์ใด.....การใช้ชีวิตแบบธรรมชาติก้อทำให้เรามีชีวิตปลอดภัย ฉันท์นั้น...............................................
 
 
เลือกเอาว่าอยากเป็นแสงไหนกันนนนนน
แต่สำหรับกีฟ ไม่ว่าจะเลือกอะไรก้อต้องสู้ต่อไป
เวลาไม่หยุดเดิน เราก้อหยุดไม่ได้
เวลาไม่เดินถอยหลัง เราก้อถอยหลังไม่ได้
เวลามุ่งแต่ทำหน้าที่มัน....ไม่สนใจเราสักนิด..........(แกรรจะรีบเดินไปไหนว่ะ ทีเราสุขรีบเดินจิง พอเวลาทุกข์ล่ะเดินซะอืดดดดด)
ดังนั้น ฉานก้อจะไม่สนใครเหมือนกานนนนนน ก้าวไปเพื่อหาทางสำหรับฉัน โย่วๆๆๆๆ
 
December 11

เกาหลี หรือ ญี่ป่น

อยากกินอาหารเกาหลี!!!!!!
อาหารญี่ปุ่นก้อได้
Fuji, Shushiki,Konju, Ramen
shabushi, yamane, Kobe.....
อาไรก้อได้ๆๆๆๆหิวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
December 04

รักแห่งสยาม.......

"ดังในใจความ บอกในกวี ถ้าตราบใดยังมี รัก ย่อมมี หวัง ....."

หนังเรื่อง.....รักแห่งสยาม...

ความรักที่มีหลากหลายรูปแบบ มุมมองที่สะท้อนความจริงในหลากหลายความรัก ช่างยากเกินกว่าที่คนทุกคนจะเข้าใจได้หมด

การมองความรัก...เรามองแค่มุมของเราเพียงคนเดียว เราไม่มีกระจกที่สามารถส่องดูความรู้สึกหรือการกระทำของอีกคนหนึ่งได้....

 

ในขณะที่ เรากำลัง...เดินอย่างลำพัง กำลังเฮฮาหรืออยู่กับเพื่อน กำลังดูหนัง กำลังกินข้าว กำลังเหงา กำลังเศร้า กำลังร้องไห้ กำลังทุกข์ใจ กำลัง...

ขณะที่...ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกลับบ้าน ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่ยอมฟังเหตุผล ไม่ยอมรับความจิง ไม่ยอม...

ขณะที่...อยากหนีไปไกลๆ อยากเลิก อยากวิ่ง อยากโกรธ อยากทำร้ายตัวเอง อยากตาย....

อีกคน...กำลังวิ่ง กำลังตามหา กำลังเสียใจ กำลังกลุ้มใจ กำลังร้องไห้ กำลังสับสน....

ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกลับบ้าน ไม่ยอมเลิกคิด ไม่ยอมให้อภัยตัวเอง

อยากขอโทด อยากกอด อยากบอกรัก

 

แต่เพราะ เราสองคนกำลังมองคนละมุม มันก้อสายเกินไป ที่จะมีโอกาส ได้ทำอะไรก้อตามในวันที่เมื่อมีโอกาสกลับไม่ทำ

"ชีวิตคนเรา เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ความรัก ก้อเช่นกัน"

ขอเพียงให้ใช้โอกาสที่เหลืออยู๋ทำสิ่งดีๆๆให้แก่กัน เติมเต็มความรักที่มีให้กัน

บอกรักกัน ดูแลกันและกัน โดยอย่าสร้างกำแพงใดๆมาปิดกั้นความรู้สึกทั้งสองฝ่าย

วันนี้ เราโกด เราไม่พอใจ เราไม่ชอบ เราขัดใจ เรางอน

พรุ่งนี้ เขาอาจจากไป เขาอาจหนีเราไป เขาอาจตายจากเราไป

ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนเลยซักนิด

วันนี้ ยังมีอยู่ พรุ่งนี้ อาจไม่มี มะรืน อาจจะเริ่มใหม่

 

แม้ว่าจะรู้...ว่ามันไม่แน่นอน

แต่ตัวเรา ยังคงเหมือนเดิม

คิดแต่เหตุผลเดิมๆ

ใช่ ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก...ฉันเป็นคนไม่มีเหตุผล ไม่มีตั้งนานแล้ว

ฉันเป็นคนอ่อนไหวง่าย ใช่อารมณ์

แต่นี้คือ....ฉัน

เธอเปลี่ยนฉันไม่ได้ ฉันก้อเปลี่ยนเธอไม่ได้เช่นกานนน

แล้วความรักของเรา

จะเอายังไงต่อ

เลิก ทั้ง รัก

หรือ

รัก ทั้ง ไม่เข้าใจกัน

อันไหนสำคัญกว่า

ถ้าดูหนังคุนจะตอบได้...ว่าความเข้าใจสำคัญกว่ามากกกก

พวกเขารักกัน แต่ไม่เข้าใจกัน แสดงออกไม่ให้เข้าใจกานนนน มันจึงเส้า เหงา

นี่คือความรัก

ไม่ว่าเกิดที่ใดในโลก

มันคือ สิ่งที่น่าจะเป็นบนความรัก

เคียงคู่กันไป

แล้วเราล่ะ....จะเปนไงต่อไป

 

 

         

 

December 03

''my december''....

This is "December..."
the month of my birthday....
I really love this month, the month of happiness....
Full of people, lights, gifts, foods & drinks, friends, gangs, familys and couple........around me!!!
I used to think that how lucky i were born in the happy season.
Greeting seasons; Christmas and New year....
the lights shine in the sky
the lover walk down the street
Color of gifts.....
In the little cold.
As, In the season of happiness; i feel upset
Our lover, where are you??
Our understanding, how is gone???
Our take care and love feelings, how dare you look over it?????
 
Between us, what do you think about me???
Between us, would you still love me???
Between us, would you keep going in our relation or not???
Between us, we still love together???
What should i do,my dear ???
How can  we get it though, my dear????
Or it's time for ending, mydear???
Why don't you forget to care me, mydear???
Don't you love me, mydear???
Answer me, mydear.................................
 
Life always have two side.
now, i stand in the side of darkness, i can't find the way to exit them.
I used to LOVE now I HURT
I used to HAPPY now I SAD
I used to HOPE now HOPELESS
I used to FIGHT now LOSER
I used to SMILE now TEAR
I used to STRONG now WEAKNESS
I used to have REASON now UNREASONABLE
I used to SWEETIES now UNSWEETIES
I used to LIVE now don't want to LIVE anymore....
I used to have HEART now It BROKEN-HEART
who can HELP me!!!!
who can UNDERSTAND me!!!!
tell me plzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz *-*
 
 
November 16

หัวใจที่เหนื่อยล้า

หัวใจวันนี้มันปวดร้าวเหลือเกิน...
หัวใจที่เคยพองตัว โลดแล่นอยู่บนเส้นทางที่คิดแล้วว่า ไม่ว่าจะอุปสรรครอบข้างมากแค่ไหน แต่ฉันจะต่อสู้เพื่อให้ได้ก้าวไปพร้อมกับเธอ
แต่....ตอนนี้ หัวใจ.....
ทั้งหัวใจที่มีเลือดเนิ้อ เต้นตุ๊บๆนั่น ทุกวันนี้มันเจ็บทุกวัน ใจสั่นจนแทบจะหลุด มันหวิว มันเจ็บจนพูดไม่ถูก ถ้าใครไม่เป็น
ประกอบกับ หัวใจที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง คือจิตใจที่ตอนนี้เหือดแห้งผาก จนร้าวรานไปทั่วอกฉัน
เจ็บเหลือเกิน หัวใจดวงน้อย จะเต้นอยู่ได้อีกกี่วัน มันจะยังอยากเต้นอีกหรือเปล่า
.........................................................................................................................................................................
เมื่อวาน...เจอหนูท่อตัวหนึ่ง มันอยู่นิ่งๆอยู่ข้างๆกระถางต้นไม้ ใกล้ๆกะสระน้ำที่จุฬา
มันเช้าแล้วน่ะ ทามไมหนูตัวนี้ มันยังนั่งอยู่ตรงนี้ อากาศก้อเย็น ฝนตกปล่อยๆ พร้อมกับลมแรงๆพัดกระแสละอองเย็น
แต่ หนูท่อตัวนั้นยังคงนั่งนิ่งๆอยู่ตรงนั้น
มันตายยัง... หรือมันทามไรว๊า
ปกติ ถ้ามันตาย มันตรงเละๆดิ นี่มันเหมือนหลับ เด๋วถ้าคนงานมาเจอเค้า มันอาจจะกลายเปนอาหาร หรืออาจจะถูกตีตายได้
หรือ...ถ้านักเรียนมาเจอ คงกรี๊ดสถาบันแตก หรือไม่ก้อคนงานจะซวย ที่ไม่ดูแลความสะอาด
ด้วยความสงสัย เลยหาอะไรปา กะจะไล่มันให้ลงท่อไปซะ เด๋วใครมาเห็นเข้า
แต่มันกลับนอนนิ่ง แถมยังสั่นเพราะลมแรงเย็นๆ ขนาดเรายังหนาวเลย แล้วหนูตัวแค่นั้น เหนมันสั่นๆด้วย แต่มันก้อยังคงไม่ไปไหน
สุดท้าย เขาคนนั้นก้อลุกไปเอาเท้าเขี่ยๆ มันก้อหันมามองกน้า แล้วก้อไม่ไปป
แนะ ดูมันๆ ไม่กลัวเลยอ่ะ
กีฟก้อเลยเดินเค้าไปใกล้บอกมันว่าลงท่อไปซะ เด่วใครมาเห็น
มันจิงเดินลงท่อไป แบบเซ็งๆ
หนูมันคงอยากมารับความหนาวเย็นของหน้าหนาวในเมืองไทยบ้างเน่อๆ
แต่พอ...ลองกลับมานึกถึง
เจ้าหนูตัวนั้น
ทำให้เปรียบได้ว่า...............หนูตัวนั้นก้อเหมือนความรัก
แม้จะต้องกลัวแค่ไหน ฉันก้อจะออกมาจากท่อ เพื่อที่จะได้ลิ้มรสไอเย็นๆสักครั้งในชีวิต
ก้อเหมือนกับฉัน.........
แม้ว่าจะเสี่ยงแค่ไหน ฉันก้อไม่กลัวที่จะเสี่ยงออกมารู้จัก "รัก" สักครั้งหนึ่งในชีวิต
แม้มันจะหนาวเย็นจนต้องสั่น เหมือนหนู ฉันก้อไม่กลัว
แม้จะเสี่ยงต่อการถูกตีเหมือนหนู ฉันก้อไม่กลัว
ขอแค่สักครั้ง
ครังเดียวเท่านั้น
ที่จะได้นั่งทมองเห็นความรัก เหมือนที่หนูนั่นมองเห็นสายลมเย็น
แม้จะหนาว แต่ก้อช่างสวยงาม แม้จะเย็น แต่ก้อขอให้ได้ลิ้มรสมัน
นี่แหละ .............ความเสี่ยง
สักครั่งในชีวิตของหนูท่อตัวหนึ่ง ที่คนอาจจมองข้าม
แต่มันก้อเปรียบได้กับการเสี่ยงที่จะรักเขาสักครั้งในชีวิต เช่นกัน
แม้ว่าตอนนี้
ลมจะแรง จะหนาวเหน็บแค่ไหน ฉันจะทนได้ไหม ฉันก้อไม่แน่ใจ
ร่างกายฉันมันอ่อนแรงลงเต็มที่ แรงใจที่เคยมี ตอนนี้กลับเหือดแห้ง หมดแล้ว กำลังใจ ความฝัน ความรักที่เคยมี
ตอนนี้เหนื่อยเหลือเกิน
อ่อนล้า อ่อนแรง
ขอบคุนทุกคนที่รักกีฟ กีฟรักทุกคนมาก
ลาก่อน
.........................................................................................................................................................................................................
November 07

รักคือ...การวิ่งมาราธอน

ระหว่างคน 2 คน
ความรักไม่ใช้การวิ่ง 100 เมตร
ตอนเริ่มรักกันใหม่ๆ
ไม่ว่าใครก็มีเรี่ยวแรงที่จะทำทุกอย่างเพื่อความรักได้ทั้งนั้น
เสียสละได้ ยอมได้ ทุ่มเทได้ ไม่มีอะไรที่ไม่ได้ นอกจาก :หายใจแทน:
ซึ่งการที่เธอมีความรัก แล้วเป็นไปได้อย่างนี้
ก็ไม่ใช้ว่าไม่ดี
เพราะการทำสิ่งใดก็ตามเพื่อความรัก ด้วยหัวใจที่แท้จริง
สิ่งนั้นย่อมดีงาม และทำให้เกิดการเรียนรู้การรักคนอื่น
เพียงแต่ในขณะที่เธอเริ่มรักนั้น ก็ไม่อยากให้เธอลืมว่า...
ความรักไม่ใช้การวิ่ง 100 เมตร
ที่เธอจะวิ่งออกตัวจากจุดสตาร์ทอย่างรวดเร็ว
มีพลังเท่าไหร่ มีเรี่ยวแรงเท่าไหร่ ก็ใส่ไปเต็มที่
แต่...ความรักคือการวิ่งมาราธอน
ที่เธอต้องวิ่งอีกยาวนาน
หัวใจของความรักคือความสม่ำเสมอในการเอาใจใส่ ดูแลซึ่งกันและกัน
ไม่ใช้ทำทุกอย่างให้ดีแค่วันนี้วันเดียว
แต่ในทุกๆ วันต่อจากนี้ เธอต้องทุ่มเทเพื่อความรักได้ รักจึงจะมีอยู่กับเธอ
ฉะนั้นถ้าเธอทำทุกอย่าง อย่างรีบร้อนไปหมดในระยะเริ่มต้น
มันก็เสี่ยงที่เธอจะเหนื่อยเร็ว หมดแรง และไปต่อไม่ไหว
ทั้งที่ยังวิ่งได้ไม่ถึงห้าสิบเมตรซะด้วยซ้ำ

:ความรักที่แท้จริง: ถ้าเธอมั่นใจในความรู้สึกนี้มากพอกับใครสักคน
:ตัวจริงของกัน: ถ้าเธอมั่นใจในคำนี้มากพอกับใครสักคน
ลองปล่อยให้ความรัก...วิ่งไปบนเส้นทางแบบช้า-ช้า
ค่อยๆ ทำความรู้จัก ค่อยๆ เรียนรู้ในนิสัยใจคอของเขา
และเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตของเธอด้วย
ค่อยๆ ปรับในสิ่งที่แตกต่าง ค่อยๆ วิ่งคู่กันไป
บางช่วง...ก็จับมือกันบ้าง บางช่วง...ก็อาจปล่อยมือกันบ้าง...ด้วยความไว้ใจ
และในตอนที่เหนื่อยล้า ก็ช่วยกันประคับประคองด้วยการเป็นกำลังใจให้
แล้ววันหนึ่ง...คนสองคนก็จะวิ่งไปถึงเส้นชัยพร้อมกัน
โดยไม่ทิ้งอีกคนให้ล้มลงอยู่ข้างหลังเพียงคนเดียว

เมื่อรักใครควรสอนหัวใจ ไม่ให้คาดหวัง
อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่เมื่อเรารักใครสักคนแล้ว เราก็ย่อมต้องการให้เขารักเราตอบ
แต่มันคงกลายเป็นความทุกข์ ความกระวนกระวายใจ ความร้อนรน ถ้าความต้องการของเรานั้นได้ลุกล่ามไปเป็น ค ว า ม ค า ด ห วั ง ความคาดหวังที่ว่า...
เ มื่ อ ฉันโทรหาเธอในตอนเช้าแล้ว เธอก็ควรจะโทรหาฉันก่อนนอน ต อ น คบกันแรกๆ เธอมารับมาส่งฉันถึงบ้าน ต่อๆ ไปเธอก็ควรจะทำแบบนั้นทุกวัน เ มื่ อ ไปดูหนังด้วยกัน เธอเคยจ่ายค่าตั๋วให้ เคยเลี้ยงข้าว เลี้ยงไอศกรีม ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ถ้ า รถเมล์แน่น
เธอก็ควรจะเรียกแท็กซี่ให้ฉันได้นั่งสบายๆ แ ล ะ ถ้าฉันมีรายงาน เธอก็ควรจะช่วยฉันทำ ก็ทีฉัน ยังช่วยเธอเลยนี้ !!!
นี้แหละที่เรียกว่า ค ว า ม ค า ด ห วั ง คาดหวังว่าเขาจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อเรา และเมื่อใดก็ตามที่เราไม่ได้อย่างที่หวัง เราก็จะรู้สึกเศร้า เป็นทุกข์ ไม่เข้าใจ และอาจพาลคิดไปว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ทั้งๆ ที่อาจจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย แต่ที่เขามาส่งเราที่บ้านไม่ได้ ก็เพราะว่าแม่เขาบอกให้รีบกลับบ้าน หรือที่ไม่สามารถเลี้ยงข้าว เลี้ยงไอศกรีมเราได้เหมือนเดิม ก็เพราะเขาอาจโดนตัดค่าขนม หรือกำลังเก็บเงินซื้ออะไรบางอย่าง
พยายามอย่าพูดคำว่าต้องกับคนที่เรารัก
เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราออกคำสั่ง ก็จะเหมือนเราเป็นเจ้านายของเขา ไม่ใช้เป็นคนรักของเขา
เรามาพยายามทำความรักของเราให้ดีที่สุดทุกวันไปพร้อมๆกันนะ
ความผูกพันสอนให้ฉันเป็นห่วงเธอ

November 05

จมอยู่ในห้วงเวลาแห่งการตัดสินใจ

การตัดสินใจเรื่องใดอาจจะง่ายและไม่หนักหนา หากเรื่องนี้คือ เรื่องของความรัก ที่ฉันเดินมาถึงทางตัน ที่ต้องเลือกเดินว่าจะไปทางใดต่อดี
ในวันนี้ หัวใจที่เคยเข้มแข็ง อ่อนล้าลงเต็มที่ ความคิดที่จะคิดตัดสินใจอะไรก้อตาม มันจึงช้าตามลงไปด้วย
เปรียบเหมือนที่ฉันกำลังดิ่งลงสู่บ่อน้ำ จมตัวเองลงก้นบึงแห่งบ่อ โดยกำลังสำลักน้ำในบ่อนั้น
มองไม่เห็นขอบบ่อข้างบน เช่นเดียวกับไม่มีแสงใดที่ส่องลงมาถึงก้นบ่อที่ฉันจมอยู่
 
"มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย"
ยี่สิบปีแห่งการรอคอยที่จะพบกับรักที่จะเข้ามาเติมเต็มหัวใจฉัน
ในวันนี้ ฉันพบมันแล้ว และฉันกำลังทำมันพังลงไปหรือไม่...มันขึ้นกับฉัน
ฉันจะเลือกที่จะไม่วายน้ำ ปล่อยตัวเองจมลงก้นบ่อ แล้วตายไป
หรือจะตะเกียกตะกาย เพื่อที่หวังว่าสักวันฉันจะขึ้นไปถึงขอบบ่อให้ได้
แต่ไม่ว่าทางไหน
ฉันยังคิดไม่ออก
มหาสมุทรแห่งน้ำตา ไหลพรากราวกับสายเลือด
ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอ
แต่ฉันก้อช่างซื่อตรงกับอุดมการณ์ของฉัน
ฉันจะเลือกทางไหนดี
ช่วยด้วยย
ใครก้อได้ ช่วยฉันตัดสินใจความรักครั้งนี้ทีได้ไหม
ฉันควรจะหยุดมัน พร้อมๆกับหยุดรักทุกๆสิ่งในโลก ไปพร้อมๆกับเขา
หรือ............
ชีวิตและหัวใจดวงนี้มองให้กับเขาไปแล้ว
หากขาดเขาไป
เท่ากับ
ชีวิตฉันก้อหายไป
ลาก่อน
ทุกคนทีรัก
และฉันรักทุกคน
..............................................
ฉันคือ ญ ที่มีรักเป็นสรณะแห่งชีวิต
หากสิ้นรัก ก้อสิ้นชีวิต
..............................................
November 02

แค่หนึ่งนาทีเท่านั้น....

...ชายหนุ่มไฟแรงมุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว
เธอจะมารอการกลับมาหน้าประตูบ้านเขาทุกวัน
เขาพบเธอยิ้มแย้มต้อนรับสนทนากันและเธอก็กลับไป
วันนี้เขากลับช้ากว่าปกติมาก แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอเช่นทุกวัน


"โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วนเลยกลับช้า"
เธอยังยิ้มให้เขา "คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว
ทำไมยังทำงานหนักอีก"
"ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ รถที่ดูโอ่อ่ากว่านี้..เพื่อคุณนะจ้ะ"


......................................
เวลาผ่านไป 1 ปีหญิงสาวมาบ้างไม่มาบ้าง
แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องนี้
วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา
"คุณมีเงินพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง"


"ขอเวลาอีกหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่มาเปลี่ยนให้คุณ"
เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ
"ฉันบอกหรือว่าอยากได้แหวนวงใหม่"
"ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ..ที่รัก"
....................................
3 เดือนแล้วที่เขาไม่เห็นเธอหน้าประตูบ้าน

วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่จึงตัดสินใจลางาน1วันเพื่อไปหาเธอ
เขาขับรถคันหรูผ่านเส้นทางที่ขรุขระอย่างยากลำบาก
"นี่คุณต้องเดินผ่านทางเส้นนี้มาหาผมทุกวันเหรอ.."
เมื่อมาถึงแม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขาและบอกทางไป


สถานที่ที่เขาจะพบเธอได้
เนินเขาเล็กๆรายล้อมไปด้วยดอกไม้
แท่นหินสลักชื่อหญิงสาวตั้งอยู่กลางเนิน
มือสั่นเทาเปิดกล่องไม้อย่างช้าๆ ข้างใน


อัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็กเขาเริ่มอ่านข้อความทีละใบ
"วันนี้คุณกลับมาช้า ฉันรอ2ชม.ไม่เป็นไร ฉันรักคุณ"
"วันนี้ฝนตกฉันยังรอแม้ไม่เจอคุณ แต่ฉันยังรักคุณ"
"ฉันเริ่มป่วยจนไปหาไม่ได้คุณคงไม่ทันสังเกต แต่ฉันยังรักคุณ"
"วันนี้คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..
คุณคงลืมว่าฉันตอบแต่งงานกับคุณเพราะแหวนวงนี้ ฉันยังรักคุณ"
"ฉันป่วยมากจนไม่อาจไปพบคุณได้..

ภาวนาให้คุณรู้สึกตัวสักทีว่าฉันแค่ต้องการคุณ เพราะฉันรักคุณ"

......ชายหนุ่มเรียนรู้แล้วว่าบางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต
อาจเทียบไม่ได้ กับสิ่งเล็กน้อยที่เขาเคยได้รับจนเป็น

เรื่องปกติของทุกวัน รถคันหรูแล่นไกลออกไป
มีเพียงกล่องแหวนเพชรราคาแพงหน้าหลุมศพ
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไรสำหรับเขาอีกต่อไป


ผมมีบ้านหลังใหญ่แต่คงกว้างไปสำหรับอยู่คนเดียว
ผมมีรถราคาแพงแต่ไม่รู้จะขับพาใครไปไหน

ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิตแต่ไม่เคยมีเวลาที่จะได้อยู่กับคนที่ผมรัก
ตอนนี้ ผมมีเงิน มากมาย แต่ไม่อาจซื้อเวลา
เพียง 1 นาที ที่ จะ บอก รัก เธอ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

October 31

หน้าหนาวมาเยือน...

สายลมระไอเย็นๆ ปลิวสบัดให้ต้นไม้น้อยใหญ่ริมทาง ต่างพากันผัดใบทิ้งพร้อมกับยืนหนาวสั่นด้วยความหนาวเย็น...
ผู้คนต่างพากัน...อวดโฉมของเสื้อหนาวหลากสีที่เก็บในตู้มานาน พลางเดินคุยกันอย่างเพลิดเพลิน....
สายลมที่พัดผ่าน.....ความหนาวเย็นที่กระแทกชั้นผิวหนัง......ผู้คนมากมายที่เดินผ่าน....
สีสันของแสงไฟ...ระยิบระยับจับตา...มากมายด้วยบรรดาของขวัญที่วางขายกันเดียระดาษ........
เทศกาลแห่งความสุข ความรื่นเริงกำลังวนเวียนมาอีกครั้ง.......
หน้าหนาว....สิ้นปี....เดือนเกิด....
แสงไฟ....รอยยิ้ม.....คู่รัก.......ของขวัญ......มากมาย
แต่ฉัน...คนเดิม...เหมือนเดิม กับ ความคาดหวังเดิมๆ 
"หน้าหนาวที่ไร เหงา เดินโดดเดี่ยวในสายลมหนาว มองตามผู้คนที่เดินจูงมือ
รอยยิ้มเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความสุข แววตาประกาย บอกความรู้สึกของผู้คนเล่านั้น
ว่าต่างอยู่ในอารมณ์ แห่งรัก....."
 
ตัวฉัน ทุกๆปีต่างเฝ้าแต่อธิษฐานให้มีใคร มาอยู่ข้างๆในช่วงเวลาเหงาๆบ้าง
ปีที่ผ่านมา....กลับกลายเปนช่วงเวลาแห่งความเศร้าจนจับใจ
เหมือนอากศที่หนาวนั้น จะแกล้งเสียดแทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจอันอ่อนล้า เมื่อคนที่รัก...เดินจากไป
ปีนี้....ฉันได้พบกับรักที่หัวใจเฝ้ารอมานานแสนนาน....
แต่....ฉันก้อไม่รู้ว่า มันจะยังอยู่ถึงวันแห่งความหนาววว รึเปล่า
หัวใจที่เคยพองโต
เวลานี้กลับโดนสายลมที่หนาวเย็น เกาะกินเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อความรักเกิดปัญหาในเวลานี้
แล้วสุดท้าย....ฉันต้องเหงาเหมือนเดิมในหน้าหนาวอีกใช่ไหม
หน้าหนาว สายลมโชยผ่าน น้ำตาไหล
ความรักที่ยึดมั่น กลับสั่นหัวใจ
คนรักหายไป....ความรักจืดจาง....เหลือแต่ความเศร้า
ทุกหน้าหนาว
ฉันจะเศร้า
นี่คงเปนชะตากรรมของฉัน.......
โลกเหงาๆ ของสาวช่างฝัน คงเปนอย่างนี้ชั่วนิรันด์
บาปกรรมแต่ปางใด.... จะมีบ้างไหมที่หัวใจจะได้เปี่ยมด้วยรักเฉกเช่นดั่งหวัง
 
October 26

นักเขียนที่หายไป...

หลังจากที่ได้ไปร่วมวงกินข้าวกับคนสูง(ยศและศักดิ์)เมื่อวานนี้แล้วนั้น ต่อมนักเขียนมันเลยคันหยิกๆๆถูกกระตุกจนวิญญานนักเขียนของกีฟออกมา
อยากจะเขียนอะไรบางอย่างที่เห็นแล้วสะเทือนหัวจิตหัวใจยิ่งนัก....เมื่อได้มีโอกาสร่วมวงสนมนากับบุคคลสูงส่งเหล่านั้น
ท่ามกลางอาหารรสชาติเล่อเลิศ...ที่ทุกคนกะลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมทั้งคุยกันอย่างออกรสออกชาตินั้น
สิ่งหนึ่งที่กีฟสังเกตุเห็นได้และรับรู้ได้จากคนเหล่านี้คือ....
 
" ยิ่งสูง...(ยศหรือศักดิ์) ยิ่งไร้...(สามัญสำนึก)ของความเป็นคน..... "
 
คนเหล่านี้นั้นมักจะพบปะพูดคุย หรือ สนใจแต่คนที่จะมีผลประโยชน์ให้แก่พวกเขาเท่านั้น หากเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ด้อยความรู้กว่า หรือไม่มีประโยชน์แก่เขาแล้วล่ะก้อ คุนก้อเป็นเพียงอากาศธาตุที่พวกเขาแค่มองผ่านเฉยๆ...
คนเหล่านี้บางที่ไม่ได้สูงศักดิ์มาแต่กำเนิด บ้างก้อไม่ได้เปนใครมาจากไหน แต่ก้อพยายามตะเกียกตะกายให้ได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าคนอื่นๆ เพียงเพื่อที่จะได้รับผลประโยชน์และหากินจากตำแหน่งและหน้ากากเหล่านั้น...
คนเหล่านี้ ก้อไม่ต่างจากพวกวัตถุนิยมในสังคมหรอก...ตัดสินคนแค่เปลือกนอก ทำไมหรอ ถ้าฉันไม่ได้มีผลประโยชน์ให้ ไม่ได้ขับรถมาให้แกรเห็น หรือฉันไม่ได้แต่งตัวผูกไทติดไปถึงลำคอ หรือใส่ชุดสวยพริ้วปลิวสง่าอย่างพวกเขานั้น พวกเขาจะไม่คบฉันนั้นหรอ...........
 
สามัญสำนึกของความเป็นคนของคนเหล่านี้ หายไปไหนกันหมด เสียดายที่อุตส่าห์ เรียนสูงคาบใบปริญญามาติดที่หน้าผากเพื่อประกาศแก่ชาวบ้าน หรืออุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลจบเมืองนอกเมืองนา แต่หูตากับฝาฟาง มองคนแค่เปลือกนอก อำนาจของเงินและวัตถุคงบังตา ทำให้ไม่เห็นความจริงใจของคนใช่ไหมล่ะ....ก้อเล่นใส่แต่หน้ากากกัน แล้วพวกคุณจะไปหาความจริงใจได้จากไหน....สมควรแล้วล่ะ ที่จะอยุ๋ในสังคมจอมปลอม หอคอยที่พวกคุณสร้างขึ้นมาต่อไป....
 
ฉัน....ไม่เคยดูถูกใครทั้งนั้น ฉันไม่เคยมานั่งทำตัวสวยเลิศเชิดหยิ่งกับใคร ไม่เคยวางตัวสูงศักดิ์จากไหน เพราะฉันคิดว่าทุกคนคือมนุษย์เหมือนๆกัน
รวย จน ชาติกำเนิด มันเลือกกันไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีความคิด หรือมีสามัญสำนึกที่ดีได้.......
 
ฉัน...ไม่เคยตัดสินความรู้คนที่ใบปริญญา ไม่ว่าคุณจะจบโท จบเอกมาก้อตาม
บางอย่าง เขาอาจจะรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ และบางอย่าง เราอาจรู้ในสิ่งที่เขาไม่เคยรู้ คนทุกคนมีความรู้ในเรื่องที่ต่างกัน ความรู้ไม่จำเป็นต้องแสวงหาในห้องเรียนเท่านั้น
บางคนเรียนรู้จากประสบการณ์ความรู้จากชีวิตจริง...กับมีความรู้มากกว่าคนที่ได้ชื่อว่าจบเมืองนอกเมืองนาเสียอีก เพียงแต่ประสบการณืชีวืตนี้ไม่อาจมีใบประกาศความรู้ได้ เพราะความรู้ที่ได้มาจะบังเกิดในตัวเราเอง......ความรู้ไม่สามารถดูถูกกันได้ แต่ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เอาค่านิยมเหล่านี้มาวัดความเก่ง ความน่านับถือของคน.......
 
ฉัน....ไม่เคยติดในอำนาจยศศักดิ์ ตลอดชีวิต 22 ปีที่ผ่านมา ฉันเคยอยู่ในกลุ่มไฮโซสมัยมัธยม เคยเที่ยวเมืองนอกทุกวันหยุด เคยกินข้าวแต่ภัตตาคาร เคยใช้เงินฟุ่มเฟือย เคยหลงระเริงกับเงินและวัตถุ แต่สุดท้ายฉันก้อเห็นได้ว่า.....มันก้อแค่ความสุขในมายาเท่านั้น
 
หลังจากนั้น ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างในชีวิต แม้ว่าฉันจะเปนแค่เด็กอายุ 22 ปี ฉันเคยทำงานใหญ่มามากมาย ฉันเคยจัดอีเว้นงานแต่งงานให้ผรั่งที่รีสอร์ทของครอบครัวที่ภูเก็ต
เชื่อมั้ย....ช่วงเวลาปิดเทอมฉันชอบไปช่วยงานที่รีสอร์ท โดยที่ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเปนใคร....
งานที่ประทับใจที่สุด....คืองานแต่งงานฝรั่งชาวออสซี่ กับแขกเป็นร้อย ที่ฉันต้องลงมือยกเก้าอี้ จัดโต๊ะ จัดดอกไม้ ผูกผ้าเอง ในขณะที่พนักงานกลับมองว่าฉันคงเปนพนักงานจากบริษัทออร์แกนไนซ์ ซึ่งฉันก้อไม่สน ไม่เคยมานั่งเสดงตนว่าฉันเปนใคร.... จนงานจบ พอพวกพนักงานเขารู้แทบจะยกมือไหว้กันไม่ทัน แต่สิ่งที่ฉันประทับใจกว่าคือภาพคู่บ่าว-สาว เดินมาจับมือฉันพร้อมบอกว่า thank you so much, you make a great work... พอเขาพูดจบ...น้ำตาเขาก้อไหล พร้อมด้วยใบหน้าที่ปลื้มใจสุดๆๆๆๆๆ
 
นี่คือสิ่งที่ฉันได้...
ฉันไม่เกี่ยง ว่าฉันเป็นใคร...ฉันทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานล่างสุดหรือสูงสุด เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด.....เท่านั้นพอ
นี่คือฉัน....คนที่ทำตัวธรรมดาๆๆ ฉันคนที่ไม่มีใครรู้ว่า.... ฉันเป็นใคร ฉันมีความรู้มากแค่ไหน
บางทีนักเขียนคนนี้....คนที่กำลังรอผลงานของตัวเองวางแผน
คิดได้ว่าบางที.....งานที่เหมาะสมที่สุดกับฉัน ก้อคือนักเขียน...............
ประสบการณ์....กับการรู้จักคนที่นี้ ทำให้ได้เรียนรู้ว่า....บนพื้นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้.....ก้อยังมีคนที่ไร้อุดมการณ์ คนที่มองเหนวัตถุและเงินสำคัญกว่าความเปนคน
 
ชีวิตคนเรา ต่อให้มีเงินทอง ชื่อเสียงแค่ไหน สักวันก้อต้องหมด สลายหายไป เพราะเราทุกคนต้องตายแน่นอนที่สุด
การเตรียมตัวตายนี่สิ สำคัญกว่า.... การอยู่อย่างใช้ชีวิตไปวันๆ เปนการเตรียมตัวตายที่ไร้ค่าที่สุด
เราต้องคิดว่า.....เราจะอยู๋อย่างไร ให้เปนประโยชน์แก่สังคมและคนอื่นมากที่สุด นั่นถึงจะทำให้เรามีชีวิตอย่อย่างมีค่า.....................................*-*
October 18

น้ำตาจะไหลอ่ะ...

อันนี้ต้องขออนุญาติเพื่อนผู้น่ารักทั้งสอง.....คือ อิ๊บ และ สน(แฟนของอิ๊บ).....
 
นี่คือข้อความที่"สน"เขียนไว้ใน ้hi5 เปนอะไรที่อ่านแล้วซึ้งมากๆๆ อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ไม่คิดว่าผู้ชายจะเขียนได้ และจำวันสำคัญๆได้
 
5 ปีแล้วสิน่ะ
และแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พิเศษ และวิเศษที่สุดในชีวิต (ยิ่งกว่าวันเกิดตัวเอง เพราะถึงวันเกิดทีไร นั่นแปลว่า เราแก่ลงทุกทีๆ)

ทำไมวิเศษนะเหรอ ไม่น่าถาม ก็เพราะว่าวันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นวันที่คนๆนึงเปิดโอกาสให้เราได้ความรู้จักซึ่งกันและกัน  จากเพื่อน ก็กลายเป็นคนที่ชอบ จากคนที่ชอบ ก็กลายเป็นคนที่เรารัก แล้วจากคนที่เรารัก ก็กลายเป็นคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิต (ไม่นับคนในครอบครัวนะ) ที่พร้อมจะทำทุกอย่าง ยอมทุกอย่าง เพื่อให้คนๆนั้น มีความสุขมากที่สุด เพื่อให้คนๆนั้น มีความสุขที่ได้อยู่กับเรา

จิงอยู่ที่ตัวเราอาจจะไม่ได้วิเศษ หรือ พิเศษ เหมือนกับคนอื่นๆ 

แต่ 5 ปีที่ได้ทำความรู้จักกันมา  ก็น่าจะทำให้คนๆนั้น รู้ถึงความจิงใจของเราบ้าง ไม่มากก็น้อย

ใครจะมองยังไงก็ชั่ง ใครจะว่ายังไงก็ชั่ง ใครจะคัดค้านเรื่องของเราสองคนยังไงก็ชั่ง ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว  ขอแค่มีคนๆนั้นอยู่ข้างๆ  ก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว และจะไม่ขออะไรมากไปกว่านี้อีก

"รักอิ๊บนะ" ^^

หว่อๆๆๆๆๆๆๆๆ เขียนแค่นี้พอและ    เหอะๆ 
 
น้ำตาไหลเลยอ่ะ  เพื่อนสองคนนี้ เปนเพื่อนกีฟสมัยอยู๋บดินทร....ผู้ชายเข้าต่อที่วิศวะ จุฬา ผู้หญิง...เข้าต่อที่มศว.
แต่ทั้งคู่ก้อยังคงรักกันได้อย่างน่ารักที่สุด จนตอนนี้ทั้งคู่เรียนจบ ฝ่ายชายไปเรียนต่ออเมริกา ส่วนเพื่อนฉานนนยังอยู่เมืองไทย.....
นี่คือ...สิ่งที่ผู้ชายเขียน สุดยอด ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ชายที่กล้าเขียนแบบนี้ อิจฉาเพื่อนฉานนนจิงๆๆ
อิ๊บ....กีฟยินดีและขออวยพรให้รักกันนานๆๆๆต่อไปน่ะ แจกการ์ดเมื่อไรอย่าลืมบอกน่ะ อิอิ จะตัดชุดรออออออออ
ป.ล. กีฟยังจำภาพอิ๊บตอนม.ปลายได้ คนที่เคยผิดหวังจากความรัก วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อิ๊บโชคดีที่สุด ที่ได้พบรักแท้แล้วววววววววววววววว ^^
 
ย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วเศร้าอ่ะ
ใครก้อได้ช่วยตอบหน่อยสิว่า....ถ้าคนที่คุนรักไม่มีเวลาให้ โดยอ้างว่าทำเพื่ออนาคตเราสองคน แต่ไม่มีเวลาให้เรา แล้วคุนจะทำอย่างไร
1. เลิก หาใหม่ มีแฟนเหมือนไม่มีแฟน ไม่มรเวลาให้ตรู
2. อดทน เพื่อรอคอย พิสูจน์รักแท้เขา
3. พยายามหาทางที่ดีที่สุด ถ้าคิดแล้วไม่ไหว ก้อมุ่งหน้าทำเพื่ออนาคตตัวเองบ้างสิ จะได้ไม่ต้องมาคอยสนใจเขา
4. อื่นๆๆ    เช่น...............
 
เพื่อนๆ ช่วยเขามาตอบหน่อยยยยยยยยยยย
กีฟกลัวอ่ะ
การที่ไม่มีเวลาให้กัน แล้วถ้ามันติดเปนนิสัยล่ะ อนาคตต่อไป เค้าก้อจะกลายเปนคนที่ไม่สนใจฉัน เหมือนเช่นเคย
นี่คือสิ่งที่กีฟกลัว จะทำงานหนัก ไม่มีเวลาให้เลยย มันเปนก่ทำเพื่ออนาคต ก้อจิง
แต่ถ้าอนาคตไม่มีเราล่ะ  ความสัมพันธ์สำคัญสำหรับกีฟเสมอ
กีฟเข้าใจเขาน่ะ
แต่เขาเข้าใจกีฟหรือเปล่า..................................................................เหอๆๆๆๆๆๆ
 
 
 
October 11

เรื่องของผม และผม

หลังจากที่ปล่อยผมตัวเองย้าวยาวจนได้ฉายาว่า "กีฟยาว"
ตอนเรียนก้อรีบอนด์จนผมไม่รู้จะตรงไปไหน เข้าขั้นโรคจิตถ้าผมไม่ตรงนิดนึงไม่ได้เลย
พอปี4 ก้อเริ่มเบื่อหัว เอ้ยย หน้าตัวเอง ทามไงดีฟ่ะ ไปดัดดีก่า
ดัดมาอยู๋ซักพักก้อไม่เหนมีใครบอกฉานเลยว่า มันเปนไง มันก้อคงเปนทรงที่เปลี่ยนได้ทุกวัน
บางวันเปนลอนสวยเหมือนดารา บางวันลอนมากกลายเป็นป้า
หาความพอดีในชีวิตไม่ได้555
 
ก้อเลยอุตริไปตัดผม ตอนเรียนจบใหม่ๆ
เอาสิ ตรูจะแอ๊บแบ๋ว...ดัดเปนป้าเซอร์ๆๆมาหลายเดือนแหละ
ไปเลยคับ....มุ่งหน้าไปที่ ร้านที่ ม่าหมี้(แม่) ตัดประจำที่เดอะมอลล์บางกะปิ
ราคาก้อแพง แถมล่อผมฉันซะเกลี้ยงเลย เซ็งงงสุดๆๆเลยตอนนั้น
จำได้ว่า พอเข้าร้านปั๊บ...คิดไม่ออกเอาทรงไรดีว่ะ
"สไลด์ๆๆอ่ะพี่ และก้อเล็มปลายนิดหน่อย...เอาความยาวเท่าเดิมน่ะพี่"
ตัดไป อิฉันก้อเล็งล่ะ เอ้...แม่งมันซอยเยอะจังว่ะ
พอตัดเส็ด แม่เจ้าโว้ย!!!!
ซอยผมตรูเหมือนเด็กใจแตกอายุ 16 17 ไรเงี่ย
เออๆๆๆ แอ๊บแบ๋วเกินเหตุ
ตอนนั้นเลยช่างแมร่งเลยตามเลย....เอาว่ะ
พอไปภูเก็ต...ก้อโดนบรรดาญาติโกโหติกาอันไฮโซสูงสุด
ทักว่า..."ไปผมทรงไรนี่ เหมือนเด็กไม่เต็มเลย"
โหหห ดีน่ะ ที่ป่วยอยู่ไม่งั้น จะไปร้านทำผมตัดใหม่ล้างอายทีเดียว
 
พอกลับมาบ้านเกิด เมืองฟ้าอมร กทม. ของฉัน
ก้อเลยตั้งใจจะไปยืดผม รีบอนด์ ครั้งที่ 888 ได้มั้ง
แต่พอทำๆๆไป เออ...แอบมองเห็นผมปลอม ก้อเลยไปหยิบๆๆดูฆ่าเวลา
พี่แกก้อมาเลยคับ โคดสะนาสิ้นค้าสุดๆๆ ต่อผมไม่ค่ะ อย่างงั้น อย่างงี้
ทำเอาเคริ้มตาม เอาว่ะ จะรับปริญญาอยู๋แล้ว เด๋วทรงไม่สวย
ต่อก้อต่อ....ล่อไปหลายพัน
ออกมายาวเฟื่อยเลยทีเดียว แต่ก้อสวยดีชอบๆๆอิอิ แต่มมันดูแลย้ากกกกกกกกกก
สระผมก้อห้ามก้ม ห้ามหวี ห้ามสาง ห้ามเอี้ยไรมากมาย
จนหลังรับปริญญาเสร็จ เข้ามาทำงาน
คนที่ทำงานนึกว่า "อีน้องนี้หลุดมาจากดอยไหนว่ะ ผมยาวโคตรๆๆ " ขอย้ำว่ายาวจิงๆเกือบภึงเอวอ่ะ
อิฉานก้อเลยจะเอาผมที่ต่อออก เพราะผมเดิมที่ตัดมานั้นเริ่มยาวแล้ว
แต่....ไอ้ค่าเอาออกนี่ก้ออีกหลายร้อย เอาไงดีฟ่ะ จะรอให้มันหลุดเอง ก้อต้องใช้เวลาประมาณ 4 เดือน
คือเพิ่งดัดมาได้สองเดือน...เอาว่ะ เอาออกเองดีก่า
เอาน้ำมันเบบี้ออยมานั่งขยี้ทีละปม คิดดูจิ กว่าจะหมดหัว ล่อเอาตั้งแต่ 6 โมงเย็นยัน 4 ทุ่มอ่ะ
เมื่อยยแขนกันเลยทีเดียว 555
 
พอตอนนี้เริ่มเบื่อหัวตัวเองอีกแหละก้อเลยไปตัดอีก
แต่เอาอีกด้วยความไม่เข็ด อยากแอ๊บแบ๋วตามกระแสฟีเวอร์
ตัดหน้าม้า...เลยตรุ
แม่งออกมา ไม่รู้เรียก หน้าม้า หรือ หน้าหมา ดี
อันนี้ขอพี่น้องเอามาวิจารณ์กันหน่อยเน้อ
 
เห้อๆๆๆพูดถึงไอ้ขนที่หัวของหนูกีฟนี่
แค่ระยะเวลาไม่กี่เดือน ล่อค่าทำผม
ทั้ง ยืด ดัด ตัด ต่อ และ ตัด อีก นี่ถ้ามารวมกันนี่เหยียบหมื่นเลยน่ะนี่
ก้อช่วงนี่มันเบื่อบ่อย ก้อตัดบ่อย อิอิ
ไอ้เบื่อนี่ คือเบื่อหน้าตัวเองน่ะจ่ะ ไม่ใช้เบื่ออะไร 5555
กลุ้มกะขนบนหัว...เหอๆๆๆๆ
October 08

ประวัติศาสตร์ กับ คนโบราณ

หลังจากปลงตกมาพักใหญ่....
กีฟก้อรู้สึกได้เลยว่า ช่วงเวลาที่เราหยุดนิ่ง ปลงกะทุกอย่างนั้น มันทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ มองเห็นอะไรมากขึ้น
จิงด้วยที่เขาว่ากันว่า...
เมื่อยามจิตหม่นหมอง เราจะมองไม่เห็นทาง เหมือนมีฝุ่นคละคลุ้งไปหมด
แต่พอเรานิ่ง จิตสงบ ฝุ่นต่างๆที่บดบังดวงตาก้อหายไปหมด
เราจึงเริ่มมองเห็นทางข้างหน้า...
 
ตอนนี้เริ่มคิดได้แล้วว่า กีฟอยากเรียนอะไร
สองสิ่งในโลกที่กีฟชอบที่สุด คือ ภูมิศาสตร์ กับ ประวัติศาสตร์
เพราะโลกขาดสองสิ่งนี้ไม่ได้
ภูมิศาสตร์ เป็น รูปธรรม จับต้องได้ มองเห็นได้ เพราะมันคือธรรมชาติรอบตัวเรา
ประวัติศาสตร์ เป็น นามธรรม จับต้องไม่ได้ แต่เรียนรู้จากมันได้ เพราะมันเกิดขึ้นจริงที่ผ่านมาแล้ว เราต้องประสบกับมัน
สองศาสตร์นี้ มักจะเอื้อหนุนกันเสมอ...
ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ เราจะเรียนรู้ภูมิศาสตร์ สภาพพื้นที่ต่างๆในอดีต
ถ้าเราศีกษาภูมิศาสตร์ เราก้อจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่กระทำต่อพื้นที่ ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป
 
ตอนนี้อยากเรียนต่อประวัติศาสตร์....
ครั้งแรกที่บอกแม่ แม้กลับบอกว่า "มีแต่เขาจะเดินไปข้างหน้า โลกจะก้าวไปด้วยเทคโนโลยี แต่กีฟจะเดินถอยหลังไปเรียนของโบราณๆไปทำไม...เรียนแล้วไปเป็นอะไร"
หลังจากโดนแม่ตอบแบบนี้ อึ้งเลย ที่อึ้งคือ ไม่คิดว่า แม่ของกีฟจะถูกกลืนไปกับคนในสังคม ความคิดแบบเดียวกับคนในสังคม
ที่มองว่า ประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องโบราณ ล้าหลัง เราต้องก้าวไปแต่ข้างหน้า...
 
กีฟเลยตอบแม่ว่า....
มนุษย์สมัยก่อนที่เราชอบดูถูกกันนั้น
แท้จริงเขาเรียนรู้อะไรต่างๆเกี่ยวกับโลกและจักรวาลได้มากกว่านักวิทยาศาสตร์สมัยนี้เสียอีก....
เขามีคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์สมัยนี้พยายามคันหากันอย่างบ้าคลั่ง ประดิษฐ์นู้นนี่เพื่อไขความลับของจักรวาล แล้วถ่ายทอดมันลงในกระดาษ หนังสือ รายงาน ฯลฯ
 
แต่มนุษย์สมัยก่อน กลับมีอารยธรรมมากกว่า มีศิลปะมีความละเอียดอ่อนในจิตวิญญานมากกว่า พวกเขาถ่ายทอดความรู้ลง จิตรกรรม ประติมากรรม หัตถกรรม รูปปั้น ภาพวาด งานแกะสลัก ศิลปะทุกอย่าง สัญลักษณ์ต่างๆล้วนมีความหมาย อ่ะเดี๋ยวจะไม่เหนภาพ...
 
เคยนึกถึงสัญลักษณ์ "จันทร์เสี้ยว" กันบ้างไหม
ที่ปรากฎบนหน้าเปาบุ้นจิ้น
ที่ปรากฎบนปิ่นปักผมพระศิวะ
ที่ปรากฎบนธงชาติ
และยังปรากฎในรูปภาพ รูปปั้นของเทพ เทวาต่างๆในอดีต
 
นั่นคือ รูปร่างของ ต่อมพินทุอิ ในสมองของคนเรา เป็นต่อมที่ใช้พิจารณา แหล่งรวม เก็บสะสม ความคิด วิเคราะห์ ของมนุษย์
คนโบราณรู้ว่า ต่อมนี้รูปร่างอย่างไร ใช้ทำอะไร จึงนำมาใช้เป็นสัญลักษณืของ ปัญญา ชาญ ความรู้ นั่นเอง
ใครว่าคนโบราณไม่รู้ อันที่จิง การทำมัมมี่ ก้อเป็นการพิสูจน์ได้แล้วว่า คนโบราณมีเทคนิคขั้นสุงสุด ที่คนปัจจุบันยังทำมัมมี่ไม่ได้
นอกจากคิดถังเย็น แล้วเอาร่างแช่ไว้ อาศัยเครื่องมือต่างๆวุ่นวาย...
 
คนสมัยก่อนใช้ทุกอย่างจากธรรมชาติ เรียนรู้ทุกอย่างจากธรรมชาติ นี่แหละความลับแห่งจักรวาล
ถ้าเราศึกษาอดีตจนละเอียด เราจะค้นพบสิ่งมหัศจรรย์มากมาย
ผิดกลับการวิ่งตามนักวิทยาศาสตร์ ทีค้นพบเสร็จ หลายปีต่อมา ก้อเกิดทฤษฎีใหม่ ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ค้นพบเก่ามันผิด**นั่นเอง
 
นี่แหละ ความลับของประวัติศาสตร์ ความรู้ที่ชาวบ้านล้านตลาดไม่อาจรู้ได้ ความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากข่าวหน้าหนึ่ง
ความรู้ของผู้มีปัญญา และรู้ดีว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเสมอ.....เราจึงต้องศึกษามันเพื่อเรียนรู้และหาขอผิดพลาดจากมัน
 
นี่แหละความฝันฉานนนน แต่ความจิงกับความฝัน มักมีเส้นบางๆขั้นอยู่ มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันหวัง
แต่ฉันไม่เคยดูถูกประวัติศาสตร์ ไม่เคยดูถูกคนโบราณ
เพราะฉันเกิดมา 1200 ปีแล้ว....555**
 
 
 
 
October 01

จิต และ สมอง

ช่วงนี้มีแต่คนสติแตกอยู่รอบกาย แม้แต่ตัวกีฟเองยังสติแตกจนแทบจะเอาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน
แต่วันนี้ ณ ตอนนี้ จิตสงบลงมาก เส้นคลื่นแห่งจิตกลับมาเป็นเส้นตรง จะมีแกว่งบ้างแต่ก้อเล็กน้อย ไม่โดดสูงหรือต่ำเหมือนกราฟ
เพื่อนๆหลายคนตอนนี้....
มีเส้นคลื่นแห่งจิตแกว่งไหวรุนแรง....ไม่ลงต่ำสุด ก้อโดดขึ้นสูงสุด
นี่คือความไม่นิ่งแห่งจิต
เมื่อจิตไม่นิ่ง ก้ออยากที่จะคุมสติอยู่
จิตเป็นต้นกำเนิดของความเจ็บป่วยของมนุษย์....เมื่อจิตป่วย อ่อนล้า อ่อนแรง ร่างกายจะหลั่งสารพิษ ทำให้ร่างกายป่วย หรือไอ้มะเร็งที่เราเป็นๆกันนั้นแหละ
นี่คือสิ่งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสสอนไว้ ท่านรู้ ท่านเห็นแจ้ง
ความรู้....
ที่เรารู้นั่นน้อยนิด แม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก แต่แท้จริงเราใช้ความรู้ของเซลล์สมองเพียง สิบในล้านล้านเซลล์เท่านั้น
 
ดวงดาวในจักรวาลทั้งหมด มีล้านล้านดวง เท่ากับเซลล์สมองของเรา
แท้จริงความรู้ที่ใช้มีเพียง 1/10 เท่านั้น ถ้าเรานำความรู้ในสมองมาใช้ทั้งหมด เราจะไขความลับของจักรวาลได้ทั้งหมด เราจะล่วงรู้อดีตชาติของเราได้ทั้งหมด
เพราะในสมองเราจะเก็บบันทึก เหตุการณ์ที่เกิด หรือ กรรม ของเราไว้ทุกภพทุกชาติ
หากเพียงแต่เราไม่รู้จักวิธีหาความรู้ในสมองส่วนที่เหลือ นันเอง
ความรู้ที่เราบูชาวิทยาศาสตร์ แท้จริงพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า วิทยาศาสตร์ท้ายสุด...ใช้เหตุผลทางศาสนามาอธิบาย
เพราะ เรามั่วแต่แสวงหาความรู้ภายนอกตัว
แต่ไม่รู้จักแสวงหาความรู้ในกายของเรา...ซึ่งภายในร่างกายของเราคือจักรวาลที่ยิ่งใหญ่เท่ากับจักรวาล ดาราจักรที่เรามองไม่เห็น
แล้วเราจะมัวสร้างยานอวกาศทำไม ในเมื่อเรายังไม่เคยเรียนสิ่งภายในเราเองเลยด้วยซ้ำ
 
ขอถามหน่อย
เรารู้จัก กาย เราดีแค่ไหน....
เรารู้จัก จิต เราดีแค่ไหน....
กาย เราประกอบด้วยอะไร เกิดจากอะไร อณูไหนเล็กที่สุด ส่วนในมีพลังสูงสุด ส่วนไหนรับแสงแห่งคลื่น ส่วนไหนดับสูญเร็วสุด.... ฯลฯ
จิต เราคืออะไร เราสงบจิตเราได้ไหม แท้จิงเราต้องการอะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร เราควบคุมจิตเราได้ไหม เราจิตดี หรือ จิตชั่ว สะอาด หรือหม่นหมอง...ฯลฯ
ท้ายสุด....
ขอให้ทุกคน จงวาง ทุกอย่างที่ รู้ และ ไม่รู้.... รู้ ก้อจงวาง ไม่รู้ ก้อจงวาง
วาง เพื่อนำสู่มรณวิถี....มรณกาล
เพราะท้ายสุดคือความว่าง แม้แต่ร่างกายเราหากศึกษาจนลึกสุดก้อจะพบแต่ ความว่าง
จิต กำหนดรูปขึ้นทั้งหมด แท้จิงไม่มีอะไรมีรูปจิง
ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้น คงอยู่ และดับสูญไป...
 
เพราะฉนั้น เพื่อนๆทั้งหลาย อย่าคิดมาก ปล่อยวาง ทุกอย่าง
แล้วเราจะดำรงชีวิต อย่างสงบ เพื่อรอเข้าสู่ มรณวิถี ที่ทุกคนหนีไม่พ้น อย่ากลัวมัน แต่ให้พร้อมที่จะไปกับมันทุกเวลา แล้วจิตจะมีซึ่ง สติ ตลอดเวลา
 
เทศน์ยาวเลยยยยย อิอิ กีฟเริ่มปลงกะทุกอย่าง สู้ๆๆน่ะงับ  
September 27

Nothing better....

All around quite
they're a lot of people but worthless
they do
they walk
in their way
 
but me
keep confuse
keep find out
keep boring
keep hopeless
keep tired
 
nothing better
nothing same
nothing to do
 
release myself
release my heart
release my soul
 
for rest
for sleep
for breath
 
waiting for...
 
the better day
the better thing
the better better better.......
 
plz understand me
plz let the sunshine day
plz bless me
plz.....plz......plzzzzzzz
bring me to life.........
........................................
...................................................
.......................................................................^^^^^^
September 26

ไม่ รู้ จะ ทำ ยัง ไง...

วันนี้ อ่อนล้า อ่อนแรง สับสน ในทุกๆเรื่อง
ในแต่ละวันที่ผ่านไป ฉันยังคงเดินอยู่บนเส้นทางเดิมๆ...ตื่นตี 4 ขึ้นรถให้ทันก่อน 6โมง มาถึงที่ทำงาน 7.15 น.
อ่านนู้น อ่านนี้ ทำงาน ทั้งงานราษฎร และงานหลวง...เที่ยง หาข้าวกิน บ่ายโมง กลับขึ้นมา นั่งมองหน้าคอม
4 โมง เลิกงาน นั่งคุยสักพัก กลับบ้าน อาบน้ำ อ่านหนังสือ สามทุ่มก่าๆๆ ก้อนอน....
พรุ่งนี้...
ตื่น เวลาเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม วนเวียนอยู่อย่างนี้
เดิน ข้ามถนน ในใจเหม่อลอย นี่หรอชีวิตฉัน
ชีวิตที่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นตั้งใจเรียน เพื่อหวังว่าจะนำความรู้ที่มีไปขยายต่อ
หรือเอาไปต่อยอดในสังคม...แต่ดูฉันตอนนี้สิ นั่งอยู๋หน้าคอม ทำงานที่ไม่ได้เปนสิ่งที่ฉันชอบเลยสักนิด
เพราะ.....
สิ่งที่ฉันชอบ ไม่มีใครรู้ พวกเขาได้แต่ดูถูก ความสามารถฉัน
คิดว่าฉันไม่เก่ง ฉันทำไม่ได้
ใช่ ฉันทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ดี โดนด่าบ้าง ว่าบ้าง ตามประสา
บางวันหัวเราะ บางวันอยากจะร้องไห้ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
อุดมการณ์ฉันหายไปไหนหมด.....
ความรู้ที่เคยมีพลังโชติช่วงในใจฉัน กลับดับวูบ ถูกปิดกั้น โดนสกัดดาวรุ่ง โดนกีดกัน
เพียงเพราะ มนุษย์คนอื่นๆที่มีความเป็นมนุษย์จิงๆ
ทุกวันนี้......
ฉันเดิน รู้สึกว่าตัวเบา ร่องลอย แทบจะปลิวไปกับสายลม
ชีวิตรู้สึกเดินตามวงกลมที่ขีดมาแค่นั้น
เดินวนไปวนมาในทุกวันที่ลืมตา หน้าที่ ความรับผิดชอบ มันดักกั้น จินตนาการ ความฝัน
ของฉันหมด
เหมือนชีวิตมันไร้ค่า......ลงเรื่อยๆๆในทุกๆวัน
เหมือนเช่นเคย....
ที่ฉันคิดว่า
ผู้หญิงคนนี้ คนเดิมทีเคยมีความมุ่งมั่น คนนั้น มันหายไปไหน
สิ่งที่ฉันเคยคิดว่า ฉันได้ทำงานที่จุฬา ก้อหวังว่าได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินของสมเด็จพ่อ ร.5
แต่สุดท้าย....มันก้อแค่นั้น
เพราะเมื่อฉันเข้ามาสัมผัสจิงๆ ก้อได้เรียนรู้ว่า
ยิ่งสูง ยิ่งหนาว โดดเดี่ยว โหดร้าย มีแต่คนจ้องแทงข้างหลัง ข้างหน้าสดใส
อึดอัด สุดทน หนีไปไหน ไม่ได้...
แล้ว ฉัน จะ ทำ ยัง ไง ดี
ล่องลอย เหม่อลอย
เปราะบาง แสนเบา ปลิดปลิว
เหนื่อยล้า เหลือเกิน
อยากจะทอดตัวลงนอนบนตักของคนที่รัก
แต่ ไม่มี คนที่ฉันรัก อยู่ใกล้ฉัน สักคน
หรือ เป็นลิขิต สวรรค์
พราก คนที่รัก ทุกคน ให้ห่างไป
ปล่อยฉัน เดียวดาย อ้างว้าง สับสน
สักวัน คงตกบันไดอีก รถคงชนอีก จะได้หลุดลอย กลับไป
เหนื่อยเหลือเกิน...สับสน
ไม่รู้ จะ ทำ ยัง ไง ดี
หาก
วันพรุ่งนี้
ไม่มีฉันอยู่ ขอให้รู้ว่า ฉันรักทุกคน ที่อ่านบล็อกฉัน
......................
 
 
September 24

Gotta back Heaven!!!

....Gotta back to Heaven....
 
who will know what i should do now, except myself...
life have to go on no matter what happen
now i realise that everyone have their own problem
no one haven't problem b'coz problem is the test of life and it happen with you all your life.
you can't live without solve, it'll make you stronger when you pass it.
 
today i realise more than that no matter where you live, if you live in the same place in the same situation but your problem will different to another. although we are in the same place but we have different responsibility, we have different duty and we have different in thinking.
 
i can't change other people think like me as i can't change myself to think like other
 
i'm really thank you for everyone that come to give me encorage esp.
pann, p'a ,mai,n'ploy and may
who always come to my blog and comment
thankkkk a lottttttttttt
i'm ok now
 
i'm stronger now. and i have to fight with it no matter what happen now.
i'm not scare in anything coz nothing to lose....
keep survival....
thank you all and my love>> kung
i try to back to myself in rapidly
if i can't go though it
i'll back to heaven!!!!!!!!!!!!!!!
September 17

จิตใจที่แย่เกินจะเยียวยา

วันนี้กีฟตื่นขึ้นมาด้วยสภาพจิตใจ ที่ย่ำแย่ที่สุด เท่าที่เคยเป็นมา
ความรู้สึกแย่ๆต่างๆถาโถ้มเข้ามาในจิตใจ จนแทบไม่อยากลุกออกจากเตียงนอนด้วยซ้ำไป ประกอบกับสายฝนที่ตกกระหน่ำ 
เสียงสายฝยที่กระทบต่อหลังคา ดังเป็นจังหวะ เหมือนเสียงเต้นของหัวใจที่ดังระรัวเช่นเดียวกัน ตี4กว่าๆแล้ว แม้นไม่อยากจะตื่น ไม่อยากจะลุก
แต่ด้วยหน้าที่ ความรับผิดชอบ ยังไงก้อต้องตื่น ยังไงก้อต้องลุก ลุกขึ้นมาใชชีวิตที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า "อะไรจิงๆคือสิ่งที่กีฟอยากทำ"
 
หลายๆครั้งที่ถามตัวเองว่าอุดมการณ์ ความคิดต่างๆที่เคยอยากทำ อยากเป็นเมื่อตอนเรียนจบมันหายไปไหนหมด
ทุกอย่างมันมลายหายไป ด้วยเหตุผล หลายๆอย่าง ทั้งสุขภาพที่ย่ำแย่  ทั้งงานที่ทำอยู๋ตอนนี้ ทำให้ความฝัน จินตนาการต่างๆที่วาดฝันไว้ หายไปหมด
ชีวิตที่ไม่ทันจะได้โบยบิน กลับมาหยุดอยู๋กับที่ เพียงเพราะกฎที่คนรอบข้าง และตัวเอง สร้างขึ้น
ตอนนี้ พอเห็นเพื่อนๆกำลังตามหาความฝัน บางคนได้ไปถึงฝันของตัวเอง บางคนกำลังวิ่งตาม แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายของตัวเอง
 
แล้วกีฟล่ะ...........
กีฟหยุดอยู๋เฉยๆๆ ไม่ได้ตามหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อยากเป็นอีกแล้ว
ตอนนี้กีฟเหนื่อยเหลือเกิน รู้สึกว่าตอนนี้สภาพร่างกายย่ำแย่พอๆกับสภาพจิตใจ
โรคเก่ากำลังจะกลับมา ทางที่ดี ช่วยเป็นๆแล้วก้อตายๆไปเลยเสียดีกว่ามาทรมานกีฟอยู่แบบนี้
 
เหนื่อยล้า สับสน เกลียดตัวเอง เบื่อโลก ไม่อยากจะพบ ไม่อยากจะเจอใคร
ทำร้ายตัวเอง ทำผิดต่อตัวเอง และพ่อแม่
แล้วชีวิตที่เดินไปตามเส้นทางที่ขีดไว้ จะต้องเป็นอย่างงี้อีกนานแค่ไหน อะไรคือแรงบันดาลใจของกีฟ
อะไรคือสิ่งที่กีฟต้องการ
กีฟอยากติดปีกแล้วบินไปให้ไกลที่สุด ไปที่ๆที่ไม่มีใครรู้จักกีฟ ไปที่ๆกีฟจะมีอิสระ
หรือกลับไปสู่ที่ที่จากมา....สวรรค์หรือนรก ที่ไหนก้อได้ เอากีฟกลับไปทีได้ไหม เอากีฟไปจากโลกที่ไม่ยุติธรรมใบนี้ที
...................................................................................
 
บ้าบออีกแล้ว..แต่คราวนี้เครียดจิงๆ เครียดจนปวดท้องมากๆเลย สงสัยจะเครียดลงกระเพาะ
และก้อปวดหลังมากๆด้วย
เหนื่อยๆๆใจสั่น
......
 
September 14

อากาศธาตุ....ธุลีดิน

ในชีวิตนี้ ใครจะมาดูถูกอะไรกีฟแค่ไหน กีฟยังอดทนได้
แต่ถ้ามาดูถูกเรื่องของความรู้ หรือมาดูถูกน้ำใจกีฟ กีฟจะรู้สึกเเสยความรู้สึกที่สุด
ทำไมหรอ
ผิดไหม ที่จบแค่ปอตรี ไม่ได้จบปอโท
แต่กีฟก้อมั่นใจว่า กีฟรู้บางเรื่องที่คนจบปอโท ไม่รู้ หรือทำไม่ได้เหมือนกีฟอย่างแน่นอน
กีฟเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนเราเนี่ย ไม่มีใครรู้ไปทุกเรื่อง หลายเรื่องกีฟไม่รู้ แต่บางเรื่องกีฟรู้มากกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนมีความรู้สูงด้วยเสียอีก
แต่พวกคนความรู้สูง มักจะดูถก และคิดว่าคนอื่นๆด้อยกว่า โง่กว่า ไม่มีความรู้เท่ากับพวกเขา
มองเราเป็นแค่อากาศธาตุ
ใช่สิ ก้อฉันไม่ได้มียศนำหน้าเป็น มรว. มล. หรือ ดร. ผศ.พวกนี้ที่จะมีคนมาพินอบพิเทา...ตลอดเวลา
แต่...
ขอถามหน่อยเถอะ คนพวกนี้เคยรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเราบ้าง
รู้ไหม ว่าเราเป็นใคร เคยทำไรมา รวยจนมากน้อยแค่ไหน คนพวกนี้ก้อคิดแค่ฉันอายุน้อย ก้อคงดูไม่มีอะไรเหล่านี้ไปด้วยล่ะซิ
แต่พวกเขาช่างโง่เสียกระไร ที่ประเมินคนแค่ปริญญา อายุ และการแต่งตัว วางตัว
กีฟก้อเป็นคนแบบนี้ ถ้าใครรู้จัก ก้อรู้ว่ากีฟเป็นคนติดดิน กินไหนกินได้หมด ตั้งแต่ร้านหรูห้าดาว ยันร้านข้างถนน ก้อกินได้ทั้งนั้น ไม่เคยเกี่ยง
แต่งตัว ก้อตามอารม บางวันอย่างแต่งตัวก้อลุกขึ้นมาแต่งตัว บางวันขี้เกียจแต่งก้อแต่งงั้นๆๆๆ แต่ส่วนใหญ่จะขี้เกียจ
แล้วไง ของพวกนี้ อายุ 22 ปีเพิ่งจบปอตรี เลยถูกดูถูกความรู้ความสามารถ
แต่พวกคุนเคยรู้หรือเปล่า ว่ากีฟมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่าคนที่แก่กว่า 10 ปีด้วยซ้ำ
กีฟไปเที่ยวมามากมายหลายประเทศ ตั้งแต่ อายุ 11 ขวบ แม่เป็นเจ้าของบริษัททัวร์ เลยได้ท่องเที่ยวมากมายตั้งแต่เด็ก
โตขึ้นมากิจกรรมโรงเรียน มหาลัย ก้อทำมามากมาย ไม่เคยขาด กิจกรรมต่างๆ การจัดงานต่างๆก้อทำมาแล้วทั้งนั้น
 
พอบ้านมาทำโรงแรมที่ภูเก็ต กีฟก้อเคยจัดงานแต่งงานให้กับฝรั่ง และมีคนมาร่วมงานตั้ง 100 คนมาแล้ว ทำตั้งแต่จัดเก้าอี้ ผูกโบ ทำทุกอย่างตั้งแต่ล่างสุดจนบนสุด โดยที่พนักงานโรงแรมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ากีฟเปนใคร และกีฟก้อไม่เคยไปประกาศตัวว่ากีฟเปนใครด้วยซ้ำ
ก้มหน้าก้มตาทำไป โดยคิดแค่ทำเพื่อโรงแรม
กีฟคิดเสมอว่า....
คนเราถ้าไม่ลองเป็นคนล่างสุดมาก่อน ก้อไม่มีวันเป็นใหญ่ได้ดีแน่นอน เพราะจะไม่มีวันเข้าใจจิตใจของคนชั้นล่างอย่างแน่นอน
แล้วนี้
.....................
พวกเขาไม่เคยรู้ว่ากีฟเปนใคร เคยทำอะไร
แต่พอกีฟอยากจะช่วยในส่งที่กีฟทำได้ กลับไม่ให้ทำ กลับมองข้าม มองว่าเด็ก เห้อๆๆๆๆ
ดูถูกความสามารถกันสุดๆๆๆๆๆ
ขอบอกไว้เลยน่ะ ถ้ากีฟไม่ยึดถือปณิธานที่จะทำงานเพื่อจุฬาแล้วล่ะก้อ กีฟก้อไปทำงานโรงแรมกับแม่ไม่ดีกว่าหรอ
แต่เนี่ยๆๆ ทนให้คนโขกสับ มองข้ามความสามารถ ทุกอย่าง
ก้อเพื่อจุฬา
กีฟเชื่อว่า กีฟยังมีความศรัทธาในสถาบันมากกว่าพนักงงานหลายๆคนที่อยู่มาหลายปีด้วยซ้ำ
เหอๆๆๆๆ ชั้นยอมเป็นเศษธุลีดินที่เป็นฐานให้ต้นไม้ใหญ่อย่างจุฬาก้าวหน้า
หากแต่เหนื่อยกายไม่เคยบ่น แต่เหนื่อยใจนี่สิ
ใช่สิ ต่ำต้อยเป็นอากาศธาตุ
สักวันหนึ่งเถอะ ฉันจะทำให้พวกเขามาสยบลงใต้เท้าฉันให้ได้ 555555
 
บุณคุณทดแทน แค้นต้องชำระว้อยยยยยยยยยยย เซ็งและเสียความรู้สึกสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
September 10

คำพูดซึ้งๆ จากหนัง-ซีรี่ย์เกาหลี

ช่วงนี้ความรักลุ่มๆดอนๆ เลยไม่อยากจะเขียนอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองเลยยย กลัวว่าจะยิ่งทำให้ตัวเองคิดมากไปอีก
เลยหาสิ่งดีๆๆมาให้คนที่เปนแฟนประจำบล็อกของกีฟล่ะกานนนนน ....
 
คำพูดซึ้งๆ จากหนัง-ซีรี่ย์เกาหลี
 
"IL Mare">>>ในโลกนี้มี 3 อย่างที่เราไม่สามารถโกหกได้ นั่นคือ
ไอ ความยากจน แล้วก็ความรัก
ยิ่งปกปิดเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจะเห็นได้ง่ายเท่านั้น"
"ธรรมชาติของความรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟู จนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้"
"ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรัก ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก หากแต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก
 
''The Classic''>>>นอกจากชอบคุณแล้ว ผมไม่เก่งอะไรเลย"
"เมื่ออาทิตย์สาดส่องบนท้องทะเล เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ เมื่อจันทร์แรมสาดแสง ในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ"
 
''Blue Gate Crossing''>>>"1 ปี, 3 ปีหรือ 5 ปี จากนี้ไป เราจะเป็นอย่างไร เราจะเป็นอะไรกันแน่
เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ อาจเป็นครู... เป็นแม่คน...และถึงแม้ ฉันจะมองไม่เห็นว่าตัวฉันเป็นเช่นไร
แต่เวลาที่ฉันหลับตาลงครั้งใด ฉันก็จะเห็นเธออยู่ในความทรงจำตลอดไป"
 
''WindStruck''>>>"เมื่อไหร่ที่คุณได้ยินเสียงผมกระซิบอยู่ในสายลม คุณก็จะได้พบใครบางคนที่มีวิญญาณเหมือนกับผม"
 

''Autumn in My Heart''>>> "ถ้าเลือกเกิดได้ เค้าอยากเกิดเป็นต้นไม้ จะได้หยั่งรากลึกอยู่กับสิ่งที่รักไม่ต้องย้ายจากสิ่งที่รักไปไหน"

''Be With You''>>>ชั้นมีความสุขมากจริงๆนะ มีความสุขมาตลอด ตั้งแต่ที่ชั้นได้รักกับคุณ คุณคือความสุขของชั้น คือการได้อยู่กับคุณ คือ ความสุขทั้งหมดที่ชั้นต้องการมันเป็นความสุขที่ชั้นไม่ยอมแลกกับอะไรทั้งสิ้น"

''My name is Kim Samsoon''>>>"จงรักแบบไม่เคยเจ็บปวดมาก่อน จงเต้นรำเหมือนไม่มีใครมองเราจงร้องเพลงเหมือนไม่มีใครได้ยินเรา
จงทำงานเหมือนเราไม่ต้องการเงินจากมัน จงอยู่เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของโลก"

 

''Stairway to heaven''>>>"ถ้าเธอบอกว่าเป็นทางซ้าย มันก็จะเป็นทางซ้ายสำหรับฉันโดยไม่มีข้อสงสัย  ถ้าเธอบอกว่าเป็นทางขวา มันก็จะเป็นทางขวาสำหรับฉันโดยไม่มีข้อแม้ ไม่สำคัญว่าจะเป็นข้างไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือ.....ความไว้ใจ"
"ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน..ฉันโทรเรียกเธอมาเจอทุกครั้งที่อยากเจอได้ใช่มั้ย ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน..เวลาฉันเดือดร้อน เธอจะอยู่เคียงข้างฉันใช่มั้ย ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน..เวลาเธอเดือดร้อน ฉันช่วยเธอได้ใช่มั้ย ถ้าเราเป็นเพื่อนกัน..เราจะทำทุกอย่างที่ไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ใช่มั้ย"
"คนที่รักกัน...จะต้องได้พบกัน... แม้ว่าหนทางจะยาวไกลสักเพียงไหน ในที่สุดจะต้องได้กลับมาพบกัน"


 

แต่สำหรับกีฟแล้ว นิยามความรักของกีฟคือ การรักใครสักคนให้หมดทั้งหัวใจที่มี

เพราะอย่างน้อยกีฟจะได้ไม่เสียใจที่ได้เกิดมาชาตินี้ รักมากกว่าชีวิตของตัวเองด้วยซ้ำไป...เพราะชีวิตของเราจะมีค่าที่สุด

ความรักคือลมหายใจของกีฟ กีฟไม่อาจอยู๋ได้โดยปราศจากความรัก...เพราะตลอดชีวิตที่เกิดมา

สิ่งเดียวที่เฝ้าตามหาคือ ใครสักคนที่จะรักกีฟจนหมดหัวใจ....อิอิWink

 


September 06

การรักใครสักคนใครว่าง่าย... ไม่จริง...

 
.........ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย.........
 เมื่อเวลารักใครสักคนหนึ่ง แล้วเมื่อคนทั้งสองตกลงใช้คำว่าแฟนซึ่งกันและกัน ความผูกพันต่าง ๆ เริ่มมีมากขึ้น ความเข้ากันและกันก็มีมากขึ้น เมื่อยามแรกรักอะไร ๆ ก็ดูดีไปเสียทุกอย่าง
อะไร ๆ ที่เคยดูยากมันก็กลายเป็นเรื่องง่ายเสียอย่างนั้น
 
แต่พอเวลานานเข้า เชื่อได้เลยว่าไม่มีรักครั้งไหนที่ไม่เคยมีอุปสรรค
 ....ยังไงก็ตาม แม้แต่เรื่องเล็กน้อยนิดเดียวเท่าปลายเข็ม...
ยังเอามาเป็นเรื่องที่มันสามารถใหญ่โตมโหราญได้ด้วยเพียงอารมณ์ชั่ววูปของใครบางคน
จากความต้องการที่ฝ่ายหนึ่งต้องการมาตลอด เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็อยากจะหยุดอยากจะได้อย่างอื่นอีกเรื่อย ๆ
แต่ถ้าได้ตามแบบเดิมตามแบบฉบับยังไงยังงั้น
ไม่มีวันที่ไม่มีความรู้สึกที่ว่า... “เบื่อ”แน่นอน อยู่ที่ว่าจะพูดออกมาหรือเปล่าก็เท่านั้น
อย่างเช่นซื่อของมาชิ้นหนึ่ง แรก ๆ นี่ ดีอยากใช้อยากจับต้องอยากลอง แ
ต่พอได้มีโอกาสใช่ไปสักพักหนึ่งแล้วเริ่มเบื่อเริ่มจำเจซ้ำซาก ก็เริ่มที่จะไม่สนใจเสียแล้ว
จากดูแลทะนุถนอมใครมาหยิบยืมก็ไม่ให้ แต่พอเบื่อแล้วอะไร อะไรก็ทำได้ทุกอย่าง
จากคำว่าเบื่อก็กลายเป็น “มากเกินไปหรือเปล่า”
จากที่อะไร ๆ ก็ดูดีเสียทุกอย่างกลายไปมากเกินไปซะทุกอย่าง กระดิกอะไรก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีไปเสียหมด
 พอปล่อยพอให้โอกาสทำในสิ่งที่อยากทำบ้างไม่พูดไม่ว่าก็หาว่าไม่สนใจมีคนใหม่หรือเปล่าถึงไม่สนใจ
ทั้ง ๆ ที่ใจจริงก็อยากให้โอกาสได้ทำในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น
 แล้วอะไรมันจะพอดีไปเสียทุกอย่าง
 
ม่มีความพอดีอยู่ที่ไหนซักแห่ง แม้แต่กางเกงยังหลวมแล้วคำที่ว่า
“ไม่มากไม่น้อย แต่ว่าพอดี”
มันไม่มีหรอก ซื้อของ แม่ค้าช่างกิโลยังขาดเลย ถ้าคนรู้จักหน่อยหรือว่าของใกล้จะหมด หรือรีบกลับบ้านก็ช่างกิโลเกินให้นิดหน่อย
 แบบนั้นดีเหรอ ......ทำไปอย่างนั้นแหละ แต่กับการที่เต็มใจทำอย่างสุดกำลังสุดความตั้งใจกลายเป็นมากเกินไปสำหรับใครบางคน

++++++++++++

คู่ไหนที่รักกันแล้ว
 และทั้งคู่ต่าง ๆ คนต่างเข้าใจในองค์ประกอบซึ่งความรักในกันและกัน
ก็คงคบกันได้ยืดหน่อย แต่ยังไงก็ตามถ้าลองขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ไปแม้แต่เพียงข้อเดียว นั้นเองก็สามารถเป็นต้นเหตุแห่งรักร้าวได้แน่นอนและองค์ประกอบของความรัก
มีเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นข้อ ใครจะสามารถมานั่งนับได้ว่ามีครบหรือเปล่า
 เพียงแต่องค์ประกอบหลักของความรักก็คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน
และการให้อภัย
แม้หากไม่มีข้อใดเพียงสักข้อเดียวใน 3 ข้อนี้
ก็สามารถทำให้รักร้าวเหมือนแก้วบางใสใกล้จะแตกเต็มทีก็เป็นได้
 อย่างการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ถ้าลองหวังผลตอบแทนสิ
อีกฝ่ายก็ต้องคิดว่ามากหลอกกันแน่นอน ถ้าไม่เชื่อใจซึ่งกันและกัน จะทำอะไรต่อมิอะไรก็ไม่เป็นสุขไปหมด
และถ้าลองทะเลาะกันและไม่ให้อภัยกันเท่านั้นแหละก็คงต้องแยกจากกันไป
ตัดบัวอย่าให้เหลือใยไปเลยในเมื่อเรื่องมันหนักหนาสาหัสจนไม่สามารถให้อภัยได้
แค่ 3 ข้อนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าความรักเกิดขึ้นได้แต่มันไม่มีคำว่าง่ายสำหรับความรักเลย
 คู่บางคู่คบกันมา5 ปี 10 ปี ยังเลิกกันได้เลย
แล้วจะเอาแน่เอานอนอะไรกับความรักได้
บางคนบอกว่าคนที่เจ้าชู้ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ตราบใดที่ได้ทำบุคคลที่เรียกว่าลูกเกิดมาแล้ว
 เมื่อนั้นแหละเค้าจะหยุดเจ้าชู้และก็หันไปสนใจเอาใจใส่ลูก รักมากกว่าคนรักของตนเสียอีกในบางครั้ง
 แต่ก็ไม่แปลกเลยที่คนเราจะชอบเห่อของใหม่
ยังไงความเห่อก็ไม่ทำให้ความเบื่อ ลดน้อยลงไปเมื่อเวลาที่มันนานขึ้นหรอก
มากมายไปที่กลับไปเป็นเหมือนเดิม บางคนก็เลิกไปมีคนเล็กคนน้อย
อีกฝ่ายหนึ่งทนได้ก็ทนไป ถ้าทนไม่ได้ก็เลิกกัน เจ้าตัวน้อย ๆ ที่ลืมตามขึ้นมาดูโลก
 แล้วปล่อยให้ขาดความอบอุ่น จะให้เค้าเกิดมาทำไมกันก็ไม่รู้ น่าสงสารเค้าจริง ๆ 

 

นี่แหละ.....ความรัก ไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดจิงๆๆๆ

โห่ะๆๆๆๆ

ไปเอาบทความดีๆๆมาให้อ่านอีกแหละ หุหุหุ ตอนนี้งานยุ่งเลยไม่มีเวลาเขียนเอง55555 บายๆๆๆ Party



August 27

ราศีพิจิก...โห่ะๆๆๆ

....ราศีพิจิก... 
 
วันก่อนดูรายการศึก 12 ราศี เออ..คือนับได้ว่าเปนรายการโปรดเลยทีเดียว ทางช่อง 3 วันอาทิตย์
ที่ดูไม่ใช่ที่จะงมงายไรหรอกน้า แต่คนที่มาแข่งขัน ฮากันตรึมๆๆๆ ดูทีไรหัวเราะท้องจาแตกทุกที
เอาล่ะๆๆๆเข้าเรื่องๆๆๆๆ
เรื่องของเรื่องก้อคือ ดูศึก 12 ราศีมานานแล้ว นานๆทีจะมีเรื่องของราศีพิจิก โผล่มา เพราะมันเปนราศีกีฟเอง 5555
 
ราศีที่อึดที่สุด.......คือ ราศีพิจิก
อดทน อดกลั้น ที่สุด...เนื่องจากมีดาวประจำราศีคือ ดาวอังคาร
ดังนั้น  จึงถือได้ว่าเป็นราศีที่มีความอดทน มีความขยัน พยายามและต่อสู้ (คงเหมือน เทพ scropio แหมๆๆๆ)
มีความอดทน อดกลั้น และเก็บความรู้สึกเก่ง
ราศีที่น่าคบที่สุด.....คือ ราศีพิจิก
เนื่องจากชาวราศีพิจิกจะเป็นพวกชอบเก็บตัว โลกส่วนตัวสูง
ดังนั้นจึงไม่คบใครง่ายๆ แต่ถ้าเปนเพื่อนใครแล้ว จะคบกันไปตลอดจนแก่เฒ่า ดูแลเพื่อนทั้งสุขทุกข์ในทุกๆเรื่อง
และเปนราศีที่ไม่ชอบคิดร้ายต่อใคร ดังนั้นราศีนี้จึงน่าคบเปนเพื่อนมากที่สุด
ด้วยความจิงใจ ทุ่มเท ให้แก่เพื่อนสุดๆๆๆ
 
555 ตอนแรกในรายการไม่มีใครตอบราศีนี้เลยสักคน ซึ่งในเทปนั้นคือ พี่ผัดไท นิลุบล เปนราศีพิจิก
555แต่ผลออกมากีฟแทบกรี๊ดดดด.....
เพราะ...คือราศีพิจิก
แม้ว่าบุคลิกภายนอกจะดูเปนคนนิ่งๆๆ ไม่ค่อยน่าคบ ติ๊งต๋องๆๆๆ
แต่จิงๆแล้ว ราศีนี้น่าคบที่สุดน่ะจ่ะบอกให้......หุหุหุ
ดังนั้น
คุณมีเพื่อนราศีนี่หรือยัง ถ้ายัง ก้อ กีฟฟฟฟฟฟ ไง 55555555
 
 อันนี้แถมๆๆๆ....เนื้อคู่ของสาวราศีนี้ ราศีพิจิก    
 
สาวแมงป่อง  เวลาอยากได้อะไรก็ต้องให้ได้อย่างใจ  ตอนโกรธก็แรงเป็นไฟ  
ตอนอารมณ์ดีก็ดีจนใจหาย  แถมยังเป็นคนร้ายลึกอีต่างหาก  รักจะคบกับสาวราศีนี้
ต้องระวังอย่าเผลอไปทำกรุ้มกริ่มที่ไหน  เพราะเธอรักจริง  เกลียดจริง 
หนุ่มที่พอจะคุยรู้เรื่องก็เห็นจะมีแต่หนุ่มมีน  หรือหนุ่มกรกฏ  
เพราะเก็บความรู้สึกเก่งทั้งคู่เลย...
 
5555......ดีใจจังงงง
เพื่อนๆๆๆที่มองว่ากีฟไม่สนใจ เปลี่ยนใจใหม่น่ะจ๊ะ กีฟอ่ะรักและคิดถึงทุกคนน้า
เพียงแต่ไม่ค่อยมีเวลาติดต่อใครเลยยย
แต่ถ้ามีไรให้ช่วยบอกได้เต็มที่จ้า ยินดีช่วยเหลือตลอดน่ะ
จุ๊ฟๆๆๆๆ

 
Open-mouthedthank for coming to my space. let's come and comment too. Miz & Luv everyone...jub jub
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Ш Ә Єlwrote:
spaceพี่สาวเรามีสาระค่ะ 
Sept. 3
ชอบอ่านblogในสเปซของกีฟมากๆอ่ะ มีแต่เนื้อหาดีๆแล้วก้อโดนใจมากๆ 
Aug. 28